วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

มาแล้ว!! ตัวอย่างหนัง Now You See Me


Now You See Me



ตัวอย่างหนัง Now You See Me



ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊กทางการภาพยนตร์ Now you see me

          หลังจากปล่อยให้แฟนหนังรอคอยมานานในที่สุดก็มีตัวอย่างหนังออกมาให้ได้ชมกันสักที สำหรับตัวอย่างแรกของ Now You See Me จากผลงานเรื่องล่าสุดของ หลุยส์ เลแตร์ริเย่ร์ ผู้กำกับ The Transporter และ Clash of the titans ที่จับมือกับทีมสร้าง Star Trek และทีมนักแสดงแถวหน้า ไม่ว่าจะเป็น เจสซี่ ไอเซนเบิร์ค (The Social Network),อิสล่า ฟิชเชอร์ (Confessions of a Shopaholic), มาร์ค รัฟฟาโล่ (The Avengers), วู้ดดี้ ฮาเรลสัน(The Hunger Games), มอร์แกน ฟรีแมน (The Dark Knight Rises) และ ไมเคิล เคน (The Dark Knight Rises) สุดยอดหนังโจรกรรมหักมุมเรื่องใหม่ ที่ตื่นเต้นและลุ้นระทึกยิ่งกว่าหนังไตรภาค อย่าง Ocean's

          Now You See Me เป็นเรื่องราวของนักมายากลกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่เพียงทำให้ผู้ชมทึ่งไปกับกลต่าง ๆ เท่านั้น แต่พวกเขายังสร้างชื่อจากการปล้นธนาคาร โดยใช้การแสดงเหล่านั้นบังหน้าระหว่างลงมือก่ออาชญากรรม จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เอฟบีไอต้องพยายามทำทุกวิธี เพื่อที่จะจับตัวพวกเขาให้ได้แบบคาหนังคาเขา และเดิมพันในการปล้นครั้งนี้ยิ่งสูงขึ้น เมื่อกลุ่มนักแสดงมายากลดังกล่าว ได้ประกาศว่า ทุกคนที่ร่วมชมการแสดงในครั้งนี้จะได้เงินเป็นรางวัลด้วย !

          

           4 นักมายากลฝีมือดี, 3 การโจรกรรมที่เป็นไปไม่ได้, 1 พันล้านดอลลาร์... เชื่อเถอะว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตา! โดยภาพยนตร์ Now you see me มีกำหนดฉายในไทย 24 มกราคม ปีหน้า

Now You See Me

Now You See Me

ตัวอย่างหนัง The Lone Ranger (หน้ากากพิฆาตอธรรม)


the lone ranger



ตัวอย่างหนัง The Lone Ranger 


หน้ากากพิฆาตอธรรม (Walt Disney Studios Motion Pictures)ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊กทางการภาพยนตร์ The Lone Ranger

กำหนดฉาย : 4 กรกฎาคม 2556
แนว : แอ็คชั่น - ผจญภัย
นำแสดง : จอห์นนี เดปป์, อาร์มี แฮมเมอร์, ทอม วิลค์คินสัน, วิลเลี่ยม ฟิชท์เนอร์, แบร์รี่ เปปเปอร์, เจมส์ เบดจ์ เดล, รูธ วิลสัน, เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์
กำกับ : กอร์ เวอร์บินสกี้
อำนวยการสร้าง : เจอร์รี บรัคไฮเมอร์, กอร์ เวอร์บินสกี้
บทภาพยนตร์ : เทด เอเลียต และ เทอร์รี่ รอสซิโอ, อีริค อารอนสัน, จัสติน เฮธ

          จากผู้อำนวยการสร้าง เจอร์รี บรัคไฮเมอร์ และผู้กำกับ กอร์ เวอร์บินสกี้ และทีมผู้สร้างภาพยนตร์แฟรนไชส์โจรสลัดสุดฮิต Pirates of the Caribbean สู่ภาพยนตร์จาก ดิสนีย์ / เจอร์รี บรัคไฮเมอร์ ฟิล์ม 
          The Lone Ranger หน้ากากพิฆาตอธรรม การผจญภัยสุดตื่นเต้นที่เต็มไปด้วยแอ็คชั่นและอารมณ์ขัน ที่ซึ่งวีรบุรุษภายใต้หน้ากากได้ถูกปลุกชีพขึ้นมาผ่านมุมมองใหม่ ทอนโต้ (จอห์นนี เดปป์)นักรบพื้นเมืองอเมริกันกลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลง จอห์น รีด (อาร์มี แฮมเมอร์)ชายผู้ผดุงกฎหมาย ให้กลายเป็นตำนานแห่งความยุติธรรม ที่จะพาผู้ชมไปสู่มหากาพย์การผจญภัยสุดตื่นเต้น น่าประหลาดใจ และเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ของ 2 วีรบุรุษต่างขั้วที่ต้องเรียนรู้ในการร่วมมือกันปราบอธรรม ความโลภ และคนโกง
          The Lone Ranger หน้ากากพิฆาตอธรรม ร่วมแสดงโดย ทอม วิลค์คินสัน, วิลเลี่ยม ฟิชท์เนอร์, แบร์รี่ เปปเปอร์, เจมส์ เบดจ์ เดล, รูธ วิลสัน, และ เฮเลน่า บอนแฮม คาร์เตอร์
          ภาพยนตร์จาก ดิสนีย์ และ เจอร์รี บรัคไฮเมอร์ ฟิล์ม The Lone Ranger หน้ากากพิฆาตอธรรม กำกับโดย กอร์ เวอร์บินสกี้ อำนวยการสร้างโดย เจอร์รี บรัคไฮเมอร์ และ กอร์ เวอร์บินสกี้ บทภาพยนตร์โดย เทด เอเลียต และ เทอร์รี่ รอสซิโอ, อีริค อารอนสัน, และ จัสติน เฮธ 

          สวมหน้ากาก ออกพิฆาตอธรรม 4 กรกฎาคม 2556 ในโรงภาพยนตร์

the lone ranger

the lone ranger

the lone ranger

the lone ranger

the lone ranger

the lone ranger

the lone ranger

โฉมแรก!! โปสเตอร์ Snitch หนังใหม่ เดอะ ร็อก








ตัวอย่างหนัง Snitch
 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊กภาพยนตร์ Snitch

          สำหรับใครที่เป็นแฟนของ ดเวย์น จอห์นสัน (Dwayne Johnson) หรือเจ้าของฉายาที่แฟนมวยปล้ำรู้จักกันดีในนาม The Rock ล่ะก็ เตรียมนับวันรอภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่องใหม่ของเขาเข้าฉายได้เลย เพราะเขากำลังจะกลับมาแสดงฉากบู๊ดุเดือดเข้มข้นให้แฟน ๆ ได้ชมกันอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง Snitch ซึ่งจะเข้าฉายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ปี 2013 นี้แล้ว

          Snitch เป็นภาพยนตร์ที่อิงมาจากเรื่องจริงเกี่ยวกับคุณพ่อคนหนึ่ง ซึ่งมีลูกถูกตัดสินให้มีความผิดฐานเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จนต้องถูกจำคุกถึง 10 ปี ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวไม่ได้ทำผิดจริง และเมื่อกฎหมายไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้อีกต่อไป พ่อของเขาจึงลงทุนต่อสู้กับพวกอาชญากรด้วยตัวเอง เพื่อล้างความผิดให้กับลูกชาย








          ทั้งนี้ นอกจาก Snitch จะได้ ดเวย์น จอห์นสัน แสดงนำในบทคุณพ่อเลือดร้อนแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีดาราชื่อดังร่วมแสดงอีกมากมาย อาทิ ซูซาน ซาแรนดอน (Susan Sarandon), เบนจามิน แบรตต์ (Benjamin Bratt), จอน เบิร์นธัล (Jon Bernthal), นาดีน เวลัสเควส (Nadine Velasquez) และ แบร์รี่ เพ็พเพอร์ (Barry Pepper) โดยมี ริค โรมัน วอห์น (Ric Roman Waugh) เป็นผู้กำกับ

          ซึ่งใครที่อยากรู้แล้วว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะดุเดือดเร้าใจสักแค่ไหน ก็ลองไปชมตัวอย่างเป็นออเดิร์ฟกันก่อนระหว่างภาพยนตร์เข้าฉายเลยจ้า












เคิร์สเตน ดันสท์ ควง จิม สเตอร์เกส ปฏิวัตินิยามรักครั้งใหม่ ใน Upside Down




Upside Down
เคิร์สเตน ดันสท์ ควงคู่ จิม สเตอร์เกส ปฏิวัตินิยามรักครั้งใหม่ไร้ขอบฟ้าใน Upside Down เจ้าตัวการันตีรักครั้งนี้…สุดคลาสสิค เหนือคำบรรยาย (M Pictures)

          ตบปากรับคำมาร่วมรับบทนำในภาพยนตร์ โรแมนติก-ไซไฟ เรื่อง Upside Down (อัพไซด์ ดาวน์) หรือที่มีชื่อภาษาไทยว่า "นิยามรักปฏิวัติสองโลก" งานนี้นางเอกสาวชื่อดังระดับท็อปไฟว์ของวงการอย่าง Kirsten Dunst (เคิร์สเตน ดันสท์) ถึงกับออกปากสารภาพว่าเธอตอบตกลงที่จะสวมบทบาท "Eden"(อีเดน)  ทันทีหลังจากที่เธอได้อ่านบทของหนังเรื่องนี้ เพราะเธอตกหลุมรักในบทภาพยนตร์ที่ Juan Diego Solanas(ฮวน ดิเอโก้ โซลานาส) ผู้กำกับของเรื่องที่หสามารถเขียนออกมาได้อย่างซาบซึ้งและงดงามที่สุด แถมยังได้ร่วมงานกับนักแสดงหนุ่มมากความสามารถอย่าง Jim Sturgess(จิม สเตอร์เกส) อีกต่างหาก  

Upside Down

          ลองมาฟังนักแสดงสาวคนเก่ง Kirsten Dunst (เคิร์สเตน ดันสท์) เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเธอว่า"ก่อนหน้านี้ได้อ่านบทภาพยนตร์มาหลายเรื่องมาก แต่ก็ไม่มีเรื่องไหนที่โดนใจฉันเลย แล้วอยู่ๆ ฉันก็เจอความเรียบง่ายและความงดงามดุจบทกวีในหนังเรื่อง Upside Down (อัพไซด์ ดาวน์) มันเหลือเชื่อมากนะ จนฉันรู้สึกทันทีเลยว่ามันเป็นหนังที่มีความงดงามเกินคำบรรยาย มันเป็นเรื่องราวความรักของชาย-หญิง ที่อยู่บนโลกคู่ขนานสองใบ แต่มีแรงดึงดูดของโลกเป็นตัวเชื่อมโลกใบนี้เข้าด้วยกัน คนจากสองโลกต่างเคารพในเรื่องของพรหมแดนและกฏเกณฑ์เป็นอย่างมาก  ฉันรับบทเป็น Eden(อีเดน) หญิงสาวที่มาจากโลกข้างบน  ส่วน Jim Sturgess (จิม สเตอร์เกส) รับบท Adam (อดัม) ชายหนุ่มที่มาจากโลกเบื้องล่าง มันมีความแตกต่างระหว่างชนชั้นเป็นอุปสรรคขวางกั้นอยู่  คล้ายๆ กับเรื่องราวในหนังคลาสสิคเรื่อง Romeo & Juliet (โรมิโอ & จูเลียต) ที่ความรักของพระเอกและนางเอกถูกกีดกันเพราะความแตกต่างทางสังคม (อมยิ้ม) 

          ฉันเคยชินกับการแสดงบนกรีนสกรีนที่ต้องแสดงคู่กับความว่างเปล่า มันช่วยให้ฉันสามารถปลดปล่อยจินตนาการออกมาได้อย่างเต็มที่ ยิ่งในฉากที่เป็นซีนอารมณ์ดราม่าฉันต้องใช้พลังเยอะมาก เพื่อดึงตัวเองเข้าไปอยู่ในความคิดของตัวละครแล้วสื่อสารออกมาให้คนดูสัมผัสได้ว่าตัวละครตัวนี้กำลังรู้สึกหรือคิดอะไรอยู่ มันเป็นความท้าทายที่สนุกมากสำหรับฉัน ถ้าถามว่าฉากไหนเป็นฉากที่ประทับที่สุดในหนังเรื่องนี้ ต้องเป็นฉากที่ฉันอยู่บนไหล่ของJim(จิม) ซึ่งJim(จิม) ถ่ายทอดพลังงานความรักให้กับฉันได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ทุกครั้งที่ฉันได้อยู่ในอ้อมกอดหรือได้จูบกับJim(จิม)

          มันเป็นอะไรที่ทำให้ฉันตกอยู่ห้วงแห่งความรัก กลิ่นตัวของเขา สัมผัสของเขา หรือสายตาของเขา  ที่จงมองเข้ามาในตาของฉัน  มันทำให้ฉันรู้สึกว่าชาตินี้ฉันจะไม่มีวันกลัวอะไรต่อไปอีกแล้วเมื่อมีเขาอยู่เคียงข้าง ฉันไม่อายนะที่จะบอกว่าฉันแอบหลงรักเขา  ซึ่งแต่ละฉากที่ถ่ายทำมันค่อนข้างยากมาก เหมือนฉันล่องลอยอยู่ในอากาศท่ามกลางหิมะในป่าสวยๆ อาจด้วยเพราะตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของคนที่อยู่ในโลกคู่ขนานกัน  ทำให้การดีไซด์และแสดงในแต่ละฉากต้องทำออกมาให้ดีสมบูรณ์ที่สุด  และเราสองคนก็ต้องแสดงออกมาให้สุดๆ เช่นกัน  เรียกได้ว่ามันเป็นความทรมานที่เฟอร์เฟ็กที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำงานมา  สื่อหลายคนเคยแซวฉันเหมือนกันนะว่าฉันเป็นนักจูบกลับหัวใช่มั้ย?  ฉันได้แต่อมยิ้มนะไม่ขอตอบ(หัวเราะ)
Upside Down

 Upside Down 

          หลังจากที่ถ่ายหนังเรื่องนี้เสร็จฉันยังคงได้ติดต่อกับ Jim (จิม) อย่างสม่ำเสมอ  เขาเป็นดีที่น่ารัก และเป็นนักแสดงที่เก่ง เราจะคอยดูแลกันและกันตลอดที่ร่วมงานกันจนกระทั่งวันนี้  ด้วยความที่เขาเป็นผู้ชายที่น่ารักอย่างนี้นี่เองทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้ต่างก็ตกหลงรักเขา  ส่วน Juan Die gts dfsdfgo Solanas (ฮวน ดิเอโก้ โซลานาส) เป็นผู้กำกับที่มีจิตวิญญาณที่ดีมาก  เขาจะเป็นผู้สร้างความเชื่อและกำลังใจให้กับทีมงานทุกคน  เขาทุ่มเทกับการทำงานมากๆ จนทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันได้ทำงานกับศิลปินตัวจริง  สุดท้ายนี้ฉันขอฝาก  Upside Down (อัพไซด์ ดาวน์) ให้แฟนๆ ได้ชมกัน  มันเป็นหนังที่มีครบทุกรสชาติจริงไม่ว่าจะเป็นภาษากาย หรือบทภาพยนตร์ที่ดีมาก บวกกับภาพมุมกล้องต่างๆ สื่อออกมาได้สวยงามมากจนสามารถสะกดคนดูให้เคลิบเคลิ้มไปตลอดการรับชม  Upside Down (อัพไซด์ ดาวน์) จะเป็นหนังอีกเรื่องที่ให้กำลังใจคู่รักหลายๆ คู่  ให้ช่วยกันฝ่าฝันอุปสรรคหรือปัญหาต่างๆ ไปได้อย่างที่ Eden (อีเดน) และ Adam (อดัม) ทำ อยากให้ลองติดตามกันดูนะค่ะ"

          ความรักของคนทั้งคู่จะสามารถทำลายกฎเหล็กของโลกคู่ขนานได้หรือไม่ ติดตามลุ้นและเอาใจช่วยพวกเขาและเธอให้ฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆได้ในภาพยนตร์โรแมนติก-ไซไฟ เรื่อง "Upside Down นิยามรักปฏิวัติสองโลก"เอ็ม พิคเจอร์ส นัดรวมพลคนมีหัวใจร่วมปฏิวัตินิยามรักครั้งใหม่ไร้ข้อจำกัด  

10 มกราคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์(ฉายจริงก่อนสหรัฐอเมริกา)  

Upside Down
Upside Down
Upside Down

Upside Down

มาแล้ว!! ตัวอย่างเต็ม ๆ Dragon Ball Z: Battle of Gods


dragon ball z

dragon ball z

dragon ball z



ตัวอย่างหนัง Dragon Ball Z: Battle of Gods

dragon ball z


ขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊กทางการภาพยนตร์ Dragon Ball Zเว็ปไซต์ทางการภาพยนตร์ Dragon Ball Z

          หลังจากที่ปล่อยให้แฟน ๆ เอาตอนเก่า ๆ วนกลับมาดูใหม่จนเบื่อแล้ว ล่าสุดดราก้อนบอลก็เตรียมออกตอนใหม่มาให้แฟนรุ่นเก่ารวมทั้งหน้าใหม่ได้ชมกันเสียทีในรูปแบบภาพยนตร์ ซึ่งไม่ต้องอดใจนานเกินรอเลย เพราะภาพยนตร์ซึ่งมีชื่อว่า Dragon Ball Z: Battle of Gods นั้น มีกำหนดจะเข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นวันที่ 30 มีนาคม ปี 2013 นี้แล้ว

          โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานร่วมสร้างภายใต้โครงการ Co-production Certification ของบริษัท Bunka-cho ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งองค์กร UNIJAPAN ที่ไม่หวังผลกำไรในญี่ปุ่น และบริษัท FOX ด้วยงบการสร้าง 50 ล้านเยน หรือราว 18 ล้านบาท และเป็นแอนิเมชั่นเรื่องเดียวที่ได้รับเกียรติให้สร้างภายใต้โครงการนี้ จากการที่เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศญี่ปุ่นมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว (ก็แหม..จะมีคอการ์ตูนคนไหนไม่รู้จักเรื่องนี้กันบ้างล่ะ)

          ว่าแล้วก็ลองมาดูเนื้อเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่องนี้กันบ้างดีกว่า โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากจบศึกจอมมารบูหลายปี บีรุสึ (Birusu) เทพเจ้าแห่งการทำลายล้างได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลที่ยาวนาน และเมื่อเขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับชาวไซย่าผู้หนึ่งที่สามารถพิชิตฟรีซเซอร์ (Freeza) ได้ เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางตามหาชาวไซย่าคนนั้น 
          ทางด้านโกคู (Goku) ก็ได้รับรู้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังเข้ามาใกล้ และกระตือรือร้นอยากประมือกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเช่นกัน  เขาจึงตัดสินใจออกไปต่อสู้กับ บีรุสึ (Birusu) โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของท่านเจ้าพิภพไคโอแม้แต่น้อย และสุดท้าย โกคู (Goku) ก็ต้องพ่ายแพ้กลับมาเพราะพลังของ โกคู (Goku) นั้น ไม่อาจเทียบกับ บีรุสึ (Birusu) ได้แม้แต่น้อย โกคู (Goku) และพรรคพวกจึงต้องรวมพลังกันต่อสู้เพื่อปกป้องดาวโลกจากการทำลายล้างของ บีรึสุ (Birusu) เทพเจ้าองค์นี้ให้ได้

          ทั้งนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ ทาดาโยชิ ยามามุโระ (Tadayoshi Yamamuro) และยังไม่มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทยที่แน่นอนแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นแฟนการ์ตูนดราก้อนบอลอย่าลืมติดตามอัพเดทข่าวกันให้ดี เพื่อให้ได้รู้วันเข้าฉายก่อนใครด้วยนะคะ และตอนนี้เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็ลองไปชมตัวอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้กันเลยดีกว่าจ้า


dragon ball z

แรงไม่ตก!! The Hobbit ยังครองแชมป์หนังทำเงิน



          ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีภาพยนตร์เรื่องดังทุนสูงเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ถึง 5 เรื่อง ทำให้ตารางภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดทวีปอเมริกาเหนือ ช่วง 3 วันที่ผ่านมา เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร  


the hobbit

the hobbit


          อันดับ 1 ยังคงเป็นของแชมป์เก่า The Hobbit: An Unexpected Journey ภาพยนตร์ผจญภัยแฟนตาซีของเซอร์ปีเตอร์ แจ็คสัน ที่ดัดแปลงจากนวนิยายอมตะปี 1937 ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน จากค่าย Warner Bros Pictures 3 วันทำเงินเพิ่มอีก 36,7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 56.6% รวมรายได้จากการฉาย 2 สัปดาห์ 149.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมรายได้จากทั่วโลกอีก 284 ล้านดอลลาร์สหรัฐ The Hobbit ทำเงินไปแล้วถึง 433.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ



Jack Reacher


          อันดับ 2 ก็เป็นภาพยนตร์แอ็คชั่นเกี่ยวกับอาชญากรรม Jack Reacher เข้าใหม่ของ ทอม ครูซ จากค่าย Paramount Pictures ที่มีชื่อไทยว่า แจ็ก รีชเชอร์ ยอดคนสืบระห่ำ เรื่องราวของแจ็ก รีชเชอร์ อดีตสารวัตรทหารของกองทัพบกสหรัฐ ที่ถูกเรียกให้มาไขคดีนักซุ่มยิงสังหารคนไป 5 คน ในนครพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลวาเนีย ที่ตำรวจจับอดีตนักซุ่มยิงของกองทัพบกคนหนึ่ง ที่ชื่อเจมส์ บารร์ ซึ่งขอให้ตำรวจติดต่อรีชเชอร์ มาเป็นทนายจำเลยของเขา 3 วันทำเงินไป 15.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นักวิจารณ์ให้ 3 ดาว จาก 4 ดาว






          อันดับ 3 เป็นภาพยนตร์คอมเมดี้ This Is 40 เกี่ยวกับครอบครัวเข้าใหม่ จากค่าย Universal Pictures ที่จัดด์ แอเพโทว์ รับหน้าที่ทั้งกำกับ เขียนบท และเป็นโปรดิวเซอร์ จากตัวละครของเขาเอง เป็นภาคต่อของหนังดังปี 2007 Knocked Up ของแอเพโทว์ เป็นเรื่องของพีทกับเด็บบี้ สองสามีภรรยา ที่วัยย่างเข้า 40 และต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายต่าง ๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องงานและลูกสาว 2 คนที่กำลังโตของพวกเขา นำแสดงโดย พอล รัดด์, เลสลี แมนน์, เมแกน ฟ็อกซ์, จอห์น ลิธกาว และแอลเบิร์ต บรู้คส์ 3 วันทำเงินไปถึง 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นักวิจารณ์ให้ 3 ดาว จาก 4 ดาว






          อันดับ 4 ร่วงจากอันดับ 2 Rise of the Guardians 5 เทพผู้พิทักษ์ ภาพยนตร์แอนิเมชั่นผจญภัยแฟนตาซี 3 มิติ จากค่าย DreamWorks Animation ที่ได้ Paramount Pictures จัดจำหน่าย 3 วันทำเพิ่มไปอีก 5.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงแค่ 17.4% รวมรายได้จากการฉาย 5 สัปดาห์ 79.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 145 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมรายได้จากทั่วโลกอีก 119.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Rise of the Guardians ทำเงินไปแล้ว 199.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ






          อันดับ 5 ร่วงจากอันดับ 3 Lincoln ภาพยนตร์ดราม่าอิงประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชีวประวัติประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 16 ของสหรัฐ ของสตีเวน สปีลเบิร์ก จากค่าย Touchstone Pictures ในเครือวอลต์ ดิสนีย์ 3 วันทำเงินไปอีก 5.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงแค่ 19.9% รวมรายได้จากการฉาย 7 สัปดาห์ 116.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทุนสร้าง 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกินจุดคุ้มทุนไปแล้ว

ส่วนอันดับ 6 - 10 มีดังนี้

          6. The Guilt Trip ทำรายได้ 5.3 ล้านดอลลาร์ จากการฉาย 1 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 7.4 ล้านดอลลาร์
          7. Monsters, Inc. (3D) ทำรายได้ 5 ล้านดอลลาร์ จากการฉาย 1 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 6.5 ล้านดอลลาร์
          8. Skyfall ทำรายได้ 4.7 ล้านดอลลาร์ จากการฉาย 7 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 279.9 ล้านดอลลาร์
          9. Life of Pi ทำรายได้เพิ่ม 3.8 ล้านดอลลาร์ จากการฉาย 5 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 76.1 ล้านดอลลาร์
          10. The Twilight Saga: Breaking Dawn Part 2 ทำรายได้เพิ่ม 2.6 ล้านดอลลาร์จากการฉาย 7 สัปดาห์ รายได้รวมทั้งหมด 281.6 ล้านดอลลาร์

พร้อมรึยัง? ห้องหุ่น กำลังจะกลับมา


ห้องหุ่น

ห้องหุ่น

ห้องหุ่น

"ห้องหุ่น" กลับมาสร้างความน่ากลัวอีกครั้ง ในรูปแบบภาพยนตร์โดยฝีมือคนรุ่นหลาน (กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส)

           เตรียมกลับมาให้คนดูได้เกิดความหลอนกันอีกครั้งในรอบ 10 ปี สำหรับบทประพันธ์เรื่องดัง "ห้องหุ่น" ที่เขียนขึ้นมาจากปลายปากกาของ "ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก" เพราะบริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด ได้นำเอาบทประพันธ์เรื่องนี้มาปัดฝุ่นใหม่ แล้วนำมาเสนอในรูปแบบของภาพยนตร์ โดยฝีมือกำกับของ กัลป์ กัลย์จาฤก ทายาทรุ่นหลานของค่ายกันตนานั่นเอง
 
          ถึงแม้บทประพันธ์เรื่องนี้ ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ถึง 3 ครั้งแล้วก็ตาม (พ.ศ.2519, 2532 และ 2546) แต่ทุกครั้งก็จะประสบผลสำเร็จ เป็นที่กล่าวขวัญจากคนดูมากมาย ด้วยความน่าสะพรึงกลัวของหุ่นต่าง ๆ โดยเฉพาะ "หุ่นท่านเจ้าคุณ" ที่หลายคนยังคงจำภาพได้ไม่ลืมเลือน และยังคงอยู่ในใจของผู้ชมตลอดมา

ห้องหุ่น

ห้องหุ่น
  
        สำหรับ "ห้องหุ่น" ในเวอร์ชั่นของภาพยนตร์ จะมีความแตกต่างจากละครโทรทัศน์ออกไป เพราะจะเป็นภาคต่อของตัวละครในรุ่นหลาน ที่มีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน แต่ยังมีความเกี่ยวพันไปถึงรุ่นพ่อ รุ่นแม่ และรุ่นบรรพบุรุษ นอกจากความน่ากลัวที่ยังมีเหมือนเดิมแล้ว ยังมีความลึกลับ และความตายที่เป็นปริศนา ให้ผู้ชมต้องติดตามค้นหาไปด้วยว่า เป็นเพราะเหตุใด???

ห้องหุ่น

          "ห้องหุ่น" เวอร์ชั่นภาพยนตร์เป็นเรื่องราวของ นพ (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม)  ผู้สูญเสียน้องสาว  ภายหลังที่หุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนของเธอปั้นเสร็จ หลังจากนั้นเขาได้พบเหตุการณ์บางอย่าง ซึ่งทำให้เขาเชื่อว่าหุ่นขี้ผึ้งเป็นสาเหตุของการตายของคนหลาย ๆ คนเช่นกัน การสืบค้นข้อมูลทำให้เขาได้พบพลอย (รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล) ที่เพิ่งสูญเสียพ่อของเธอไป เมื่อหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนพ่อของเธอปั้นเสร็จ ตอนแรกเธอไม่เชื่อเรื่องการตายปริศนาจากหุ่นขี้ผึ้ง แต่หลังจากที่เธอได้รับรูปปั้นพ่อของเธอถูกส่งมาที่บ้าน เหตุการณ์หลายๆอย่างได้เกิดขึ้นกับเธอ ต่อมาทั้งสองคนมาพบกันอีกครั้งหนึ่งที่บ้านช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้ง จนในที่สุดทั้งสองคนได้พบคำตอบของทุกอย่างจากบ้านหลังนี้

          นำแสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, พลอย-รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล, แจ็ค-บริวัตร อยู่โต, ฝน-นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุล (นางเอกซัมบาลา), กิ๊ฟ-อรลีฬห์ โสตถิวันวงศ์ (นางร้ายมาแรงช่อง 7 สี) และนักแสดงหน้าใหม่ป้ายแดง ซาซ่า-วาเนสซ่า โฮควีเบอร (ในบทน้องสาวอนันดา) และนักแสดงรุ่นใหญ่รับเชิญอีกมากมาย

ห้องหุ่น
ห้องหุ่น
ห้องหุ่น

ห้องหุ่น

ห้องหุ่น